3×3 Eyes เป็นเรื่องราวของมนุษย์เผ่าซันจิยังอุงคาร่าคนสุดท้าย
เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน
ภายหลังจากที่ศาสตราจารย์ฟูจิอิ นักค้นคว้าและศึกษาเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณ
ได้หายตัวอย่างสาบสูญไร้ร่องรอย
ระหว่างเดินทางไปค้นหาอารยธรรมโบราณที่ประเทศธิเบต ฟูจิอิ ยาคุโมะ
ผู้เป็นลูกชาย ได้ออกติดตามค้นหาพ่อที่ธิเบต ระหว่างสำรวจหาร่องรอยของพ่อ
ก็ปรากฏร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ไป๋
พร้อมกับจดหมายจากศาสตราจารย์ฟูจิอิที่หายสาบสูญไปเนื้อความในจดหมายที่ไป๋
ถือมานั้น ทำให้ยาคุโมะรู้ว่าไป๋คือเผ่าซันจิยังอุงคาร่าที่มีวิชาอมตะ
และเหลือรอดชีวิตเพียงคนเดียวจากการทำลายเผ่าซันจิยังอุงคาร่าของราชาตามาร
ไป๋พยายามหาหนทางที่จะละทิ้งความเป็นอมตะของตนเองเพื่อเป็นมนุษย์ และมี อู
หรือมนุษย์อมตะ ซึ่งมีชีวิตและความผูกพันกับเผ่าซันจิยังอุงคาร่า
ยาคุโมะรับรู้เรื่องราวของไป๋อย่างไม่เชื่อในเรื่องราวที่เกิดขึ้น
แต่ภายหลังยาคุโมะได้พบกับทาคุฮิ ซึ่งเป็นสัตว์อสรูและถูกทำร้ายจนเกือบตาย
แต่ได้ ซันจิยัง
(บุคลิกอีกคนในตัวของไป๋)ช่วยชีวิตเอาไว้ด้วยการกลืนวิญญาณของยาคุโมะเข้าไป
ภายในร่างกาย ทำให้ยาคุโมะกลายเป็นอู
มนุษย์อมตะเหมือนกับในจดหมายที่ศาสตราจารย์ฟูจิอิเขียนบอกไว้ยาคุโมะมี
หน้าที่คอยปกป้องเจ้านายของตนคือไป๋ และออกเดินทางค้นหาวิธีการต่าง ๆ
เพื่อที่จะทำให้ไป๋กลับมาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเขา
ในระหว่างเดินทาง
ไป๋และยาคุโมะพบกับรูปปั้นมนุษย์
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะใช้ประกอบพิธีการเพื่อกลายเป็นมนุษย์
และได้รับรู้ว่าพวกปีศาจจำนวนมาก พยายามหาทางชุบชีวิตของราชาตามาร
ราชาแห่งโลกปีศาจให้ฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง
ไป๋ถูกเล่นงานจากพวกปีศาจหลายต่อหลายครั้ง แต่ได้ยาคุโมะคอยช่วยเหลือ
ราชาตามารหรือ ศิวะ
เป็นผู้ที่ใช้ตาที่สามในการทำลายล้างเผ่าซันจิยังอุงคาร่า
และเป็นราชาคนสุดท้ายของเผ่านี้ที่ต้องการสร้างเผ่าซันจิยังอุงคาร่าใน
รูปแบบใหม่ไป๋และยาคุโมะ ต้องพยายามหยุดแผนการฟื้นคืนชีพของราชาตามาร
ที่ต้องการทำลายล้างโลกมนุษย์ ยาคุโมะต่อสู้กับเหล่าปีศาจของราชาตามาร
จนพบกับ เบนาเลส อูของราชาตามารและลูกสมุนจำนวนมาก
แต่ต้องพ่ายแพ้แก่ฝีมือที่เก่งกาจของเบนาเลส ที่สามารถควบคุมสัตว์อสูรได้
ยาคุโมะไม่ยอมแพ้
พยายามฝึกฝนฝีมือการต่อสู้จนสามารถเรียกสัตว์อสูรและควบคุมสัตว์อสูรของ
ตนเองได้ เช่น เล็บปฐพี คูยอง
กวงเอี๋ยแต่ยาคุโมะและซันจิยังก็ไม่สามารถหยุดยั้งการคืนชีพของราชาตามารได้
และเบนาเลสก็ใช้ผู้คนในเมืองโตเกียวเป็นตัวประกันต่อรองกับยาคุโมะ
ให้ไปตามหาซันจิยังอุงคาร่าคนที่สามในโลกต่างมิติ
มาประกอบพิธีกรรมกลายเป็นมนุษย์
เพราะร่างของราชาตามารที่คืนชีพขึ้นมานั้นอ่อนแอมาก
จากการถูกผนึกไว้ในศิลาเป็นเวลานาน
ซึ่งการทำพิธีนั้นต้องใช้ซันจิยังอุงคาร่าอีกสองคนมาร่วมประกอบพิธีด้วยจาก
การไปโลกต่างมิติทำให้ยาคุโมะ ได้รับความช่วยเหลือจาก อุษา
ซันจิยังอุงคาร่า ผู้นำเผ่าเทพและราตรีร่างก๊อปปี๊ของอุษา และได้ อามาร่า
อูของอุษา
มาช่วยต่อสู้เพื่อหยุดยั้งการทำพิธีเปลี่ยนเป็นมนุษย์ของราชาตามาร
แต่ในที่สุดราชาตามารก็สามารถทำพิธีได้สำเร็จ โดยใช้อุษาและราตรี
แทนไป๋ซึ่งเป็นคนที่ราชาตามารต้องการตัว เมื่อราชาตามารได้ร่างกายกลับคืน
จึงเริ่มแผนการสร้างโลกใหม่ ด้วยการแพร่เชื้อร้ายเพื่อทำลายมนุษย์ทั่วโลก
และจับตัวไป๋ไปเพื่อสร้างร่างก๊อปปี้ขึ้นมาคือ กาลี
ไว้ประกอบพิธีอีกครั้งยาคุโมะและอามาร่า
ลอบเข้าแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อช่วยไป๋ และได้ต่อสู้กับเบนาเลสอีกครั้ง
จนค้นพบการปล่อยพลังอันไร้ขีดจำกัดของอูในช่วงขณะที่ผู้เป็นนายตกอยู่สภาพ
อันตราย และสามารถช่วยไป๋ออกมาได้
แต่ด้วยแผนการสุดท้ายของราชาตามารในการทำให้โลกกลับสู่ความว่างเปล่า
ทำให้ยาคุโมะต้องเข้าต่อสู้กับเบนาเลส และในการปะทะกันครั้งสุดท้าย
อูทั้งคู่ได้ใช้พลังอันไร้ขีดจำกัดเข้าต่อสู้กันโดยเบนาเลสใช้การปลดปล่อย
สัตว์อสูรที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาโจมตีใส่ยาคุโมะ
ซึ่งยาคุโมะเองก็รู้ดีว่าถึงจะมีพลังไร้ขีดจำกัดแต่ปริมาณสัตว์อสูรของตนเอง
น้อยกว่า ถ้าใช้วิธีการโจมตีแบบเดียวกันต้องแพ้อย่างแน่นอน
ในช่วงเสี้ยวนาทีนั้นยาคุโมะก็ตัดสินใจเปลี่ยนพลังและสัตว์อสูรของตัวเอง
ทั้งหมด เป็นพลังแสงยิงเข้าใส่เบนาเลส
และสามารถเอาชนะได้ในที่สุดวิธีที่จะช่วยเหลือผู้คนที่ถูกแพร่เชื้อร้ายและ
นำจิตรวมเข้ากับจิตของราชาตามาร
จะต้องเข้าไปในจิตของราชาตามารและแยกจิตแต่ละคนกลับออกมา
ซึ่งอันตรายและไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่
แต่ไป๋และยาคุโมะก็พร้อมที่จะเสี่ยงเพื่อผู้คนทั้งโล
ที่มา Thaicomicbox